ท่องเที่ยวออฟโรดตะลุยเส้นทางหฤโหดหลังดอยสุเทพ เชียงใหม่
posted on 23 Apr 2009 08:58 by powdachan in Off-Road
เริ่มออกเดินทางจากจุดนัดพบ มุ่งตรงไปตามถนนสาย 108
มุ่งหน้าสู่ทะเลสาบห้วยตึงเฒ่า
วันนี้เราจะขึ้นดอยสุเทพเพื่อไปนมัสการพระบรมธาตุดอยสุเทพ
แต่จะใช้เส้นทาง(ด้านหลัง)
ขึ้นดอยสุเทพจากทางด้านทะเลสาบห้วยตึงเฒ่าโดยเส้นทางนี้จะต้องใช้รถขับเคลื่อน 4
ล้อเท่านั้น เราจะขับรถผ่านบริเวณทะเลสาบห้วยตึงเฒ่า
ซึ่งเป็นทะเลสาบขนาดกลาง และเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวเชียงใหม่ในวันหยุด
บ้างก็มาตกปลา บ้างก็พาครอบครัวมาปิกนิก เด็ก ๆ มาเล่นน้ำสนุกสนาน
เราจะขับผ่านบริเวณทะเลสาบขึ้นไปยังเชิงเขาซึ่งจะเข้าสู่เขตวนอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพปุย
จากเชิงเขาตรงนี้เองจะมีด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ของวนอุทยานแห่งชาติ และพันธ์พืชซึ่งจะคอยตรวจตรารถที่ผ่านเข้าออกบริเวณเขตวนอุทยานแห่งชาติ
เพื่อป้องกันการลักลอบค้าของป่าผิดกฎหมาย
จากตรงด่านตรวจนี้เองที่คณะของเราจะต้องเปลี่ยนระบบขับเคลื่อนจากระบบขับเคลื่อนสองล้อมาเป็นขับเคลื่อนสี่ล้อ พนักงานของเราจะทำหน้าที่ตรวจเช็คว่ารถทุกคันอยู่ในระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแล้ว
ซึ่งจะเริ่มเดินทางต่อไป
ในเขตวนอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพปุยเป็นป่าเบญจพรรณซึ่งจะทำให้การขับเป็นคาราวานง่ายกว่าป่าดิบและแม้จะมีเส้นทางมากกว่า
1 เส้นทางก็ตาม ในบางจุดเราจะขับผ่านไปในเส้นทางที่ค่อนข้างลื่นอีกทั้งยังลาดชันเพราะเป็นทางขึ้นเขา
แต่ละคันจะได้ลุ้นว่ารถของตนเองจะผ่านไปได้หรือไม่และเมื่อรถคันของตัวเองผ่านไปได้ดีแล้ว
ยังต้องมาลุ้นกันที่คันต่อไปของเพื่อนร่วมกลุ่มว่าจะผ่านด่านได้หรือไม่นั้นต้องอยู่ที่ฝีมือของผู้ขับแต่ละคัน
ทางขึ้นนี้ต้องขับอย่างระมัดระวัง บางช่วงเราต้องขับผ่านสวนลิ้นจี่ของชาวบ้านต้องระวังลิ้นจี่ในสวนด้วย
มิฉะนั้นอาจจะต้องซื้อ sport light ใหม่ก็ได้ เมื่อมาถึงโค้ง ss
นี้ เรียกว่าโค้งปราบเซียนรถในขบวนจะต้องหยุดรอลุ้นให้รถคันหน้าใช้จังหวะเร่งส่งให้ผ่านโค้งนี้ให้ได้ก่อน
ทีละคัน ๆ จนกว่าทุกคันจะผ่านจุดนี้ไปได้ก็ต้องใช้เวลาพอสมควรทีเดียว
บางคนก็เหนื่อยเพราะเดินขึ้นมา อาสาเป็นตากล้องให้เพื่อน ๆ และคอยลุ้นคอยเชียร์ตลอดเส้นทาง
เมื่อเราผ่านมาถึงหมู่บ้านชาวเขา ขุนช้างเคี่ยน
ซึ่งเป็นจุดพักทั้งรถและคนชมวิถีชีวิตของชาวเขาเผ่าม้ง
ซึ่งชาวเขาเผ่าม้งที่นี่ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายตามประสาผู้มีอันจะกิน
ด้วยการเพาะปลูกและเย็บปักถักร้อย ขายเพชร ขายพลอย
หลังจากผ่านเส้นทางออฟโรด
ที่ในบางช่วงต้องลุ้นกันแล้ว ก็มาถึงจุดชมวิวทิวทัศน์ของเมืองเชียงใหม่สวย ๆ ให้ได้เก็บเป็นภาพประทับใจอีกด้วย
จากนั้นเราจะหยุดพักทานอาหารกลางวันกันที่บ้านแม้วดอยปุย
โดยชาวบ้านของบ้านแม้วดอยปุยเป็นชาวบ้านที่อพยพมาตั้งถิ่นฐาน ณ
ยอดดอยแห่งนี้มานานหลายชั่วอายุคนโดยยังชีพด้วยการปลูก ฝิ่น
พืชเศรษฐกิจในสมัยนั้น แต่ปัจจุบันหมู่บ้านนี้ได้เปลี่ยนเป็นสถานที่ท่องเที่ยว
สำหรับนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมและซื้อของฝากของที่ระลึกกันตามอัธยาศัย สถานีต่อไปเป็น พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์
เป็นพระตำหนักที่พระบรมศานุวงศ์ใช้แปรพระราชฐานในถดูเหมันต์
ในบริเวณพระตำหนักปลูกไม้ดอกไม้ประดับไว้อย่างสวยงามโดยเฉพาะดอกไม้เมืองหนาวหลายชนิดที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ
มีพระราชดำริให้ปลูกไว้ในบริเวณสวนดอกไม้ และยังมีต้นไผ่ยักษ์ให้คณะของเราได้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกอีกด้วย

เพียงสี่กิโลเมตรจากพระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์
ขบวนของเราก็มาถึง วัดที่มีความสำคัญต่อประชาชนชาวเชียงใหม่และใกล้เคียงและอีกทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดเชียงใหม่อีกด้วย
วัดพระธาตุดอยสุเทพ มีประวัติความเป็นมายาวนานอายุกว่า 700 ปี
และภายในพระบรมธาตุยังบรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระสมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้า
การขึ้นไปนมัสการองค์พระธาตุนั้นสามารถขึ้นไปได้สองทางคือทางบันไดนาคที่มีขั้นบันไดกว่า
300 ขั้น
หากไม่สะดวกที่จะขึ้นบันไดยังมีเคเบิลคาร์ไว้บริการสำหรับนักท่องเที่ยวอีกด้วย หลังจากได้นมัสการพระบรมธาตุดอยสุเทพแล้ว
ท่านสามารถชมวิวทิวทัศน์ของเมืองเชียงใหม่จากมุมสูงซึ่งมองเห็นเมืองเชียงใหม่ทั้งเมืองได้อย่างชัดเจน
พร้อมทั้งถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ในบริเวณวัดตามอัธยาศัยก่อนกลับ
