ท่องเที่ยวออฟโรด & ล่องแก่งแม่น้ำแตง เส้นทางเชียงใหม่ – ปาย – แม่ฮ่องสอน 2 วัน 1 คืน
posted on 23 Apr 2009 09:29 by powdachan in Off-Road
เริ่มต้นการเดินทาง 2 วัน 1
คืนด้วยการขับรถที่ขับเคลื่อน 4 ล้อไปทางทิศเหนือของเชียงใหม่
แวะชมกล้วยไม้และผีเสื้อหลากหลายสายพันธ์ที่สวยงาม และฟาร์มงูซึ่งเป็นที่เดียวที่โชว์การปล้ำกับงูในน้ำ
หลังจากนั้นตรงไปที่สายน้ำแม่แตง เพื่อสัมผัสกับการล่องแก่งบนเส้นทางที่ถือว่ายากและมันส์ที่สุดในประเทศไทยซึ่งได้รับการยอมรับจากนักผจญภัยทั้งไทยและเทศ
รอคอยเวลาแห่งการพิสูจน์และเป็นเรื่องท้าทายที่น่าลอง สายน้ำแม่แตงเป็นสายน้ำเดียวที่มีความคดเคี้ยวและเกาะแก่งที่ติดต่อกันตลอดทาง
ซึ่งถือว่าเป็นความมันส์ที่ต่อเนื่อง 2 ชั่วโมงเต็มๆ
ระหว่างทางท่านจะได้ยินเสียงชะนีร้อง งูเลื้อยข้ามบนผิวน้ำ นกกระเต็นหาปลา
นกอีก๋อย นกเงือก นกกระสา
เถาวัลย์ระโยงระยางและผีเสื้อหลากหลายสายพันธ์สีสันบินผ่านเรา
เรียบร้อยแล้วออกเดินทางต่อสู่เมืองปายใช้เวลาประมาณ
3 ชั่วโมงครึ่งเราก็มาถึงปาย
สองข้างทางจากป่าเขาก็เปลี่ยนเป็นทุ่งนาและเจ้าควายทั้งหลายที่เล็มฟางแห้งกันอย่างสบายอารมณ์ไม่สนใจผู้มาเยือนเลย ปายเป็นเหมือนแอ่งกระทะตั้งอยู่กลางหุบเขาที่โอบล้อมเหมือนเป็นโอเอซิส กลางทะเลทราย
ก็ไม่ปาน เป็นเมืองเล็กๆ ที่สุดแสนจะโรแมนติก
และเปรียบเสมือนศิลปะชิ้นหนึ่งที่ธรรมชาติได้บรรจงสร้างขึ้นมา
และโอบล้อมไปด้วยขุนเขา สูงตระหง่านเป็นรอยต่อชายแดนไทย-พม่า ฤดูหนาวอากาศเย็นจัด
เมืองเล็กๆแห่งนี้มักปกคลุมด้วยสายหมอก ละอองน้ำจางๆยามเช้า บรรยากาศอันเงียบสงบ
ทุ่งนาสีเขียว ท้องฟ้าสีคราม กับแสงแดดอุ่นๆ ที่ทอดผ่านม่านหมอกหนา
แลเห็นต้นสนไม้ยืนต้นเมืองหนาวสูงใหญ่เป็นทิวแถวตามเชิงเขา วิถีชีวิตที่เรียบง่ายของผู้คน ด้วยความเป็นเอกลักษณ์นี้ ปายได้ดึงดูดนักเดินทางให้มาสัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งนี้
เข้าสู่ที่พักที่ปายฮิลล์ไซด์รีสอร์ทชำระคราบความเหนื่อยออกจากใบหน้า
ทานอาหารเย็นเรียบร้อยแล้วออกไปเยี่ยมเยือนถนนราตรีเมืองปายที่ครึกครื้น
ชาวเขาเผ่าต่างๆ ก็ปูผ้ากันริมถนนขายสินค้าพื้นเมือง ทั้งย่ามทอมือ
ผ้าปักหลากสี รถเข็นขายน้ำขิงในกระบอกไม้ไผ่ และรับฟังเพลงน่ารัก ๆ จากปากแม่ค้า ทุกอย่างนี้เป็นสีสันของเมืองปายในยามราตรีให้ดูสดใสทุกค่ำคืน
แวะซื้อโปสการ์ด และของที่ระลึก กันที่นี่ร้านสบายดี
Gallery และ ร้านมิตรไทย Gallery 2 ร้านหลักที่นี่ มีโปสการ์ด
และ ของที่ระลึกน่ารัก แปลกๆ และตลกๆ ให้เราเลือกซื้อ กันอย่างจุใจ และ
บรรยากาศร้านที่ตกแต่งชวนให้นักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศ
ต่างเข้าไปเลือกซื้อของพอๆกับเข้าไปถ่ายรูป กลับที่พักนอนหลับสบายอุรา
ตื่นเช้าขึ้นมาสู่อากาศอันสดชื่นและชมหมอกที่ล้อมรอบรีสอร์ทอยู่เปรียบเสมือนกับเราอยู่บนก้อนเมฆ
รับประทานอาหารเช้า แล้วเราก็จะเคลื่อนขบวนไปขี่ช้างและล่องแพไม้ไผ่ในสายน้ำปาย เรียบร้อยแล้วพาท่านสู่ถ้ำน้ำลอด ซึ่งเป็นถ้ำที่มีชื่อเสียง
สวยงาม และเข้าชมได้ง่ายสะดวกสบายที่สุดแล้วในบรรดาถ้ำทั้งหมด ตั้งอยู่บริเวณหลักกิโลเมตรที่
141 จากเส้นทางหลวง 1095 (ปาย-ปางมะผ้า) เลี้ยวขวาเข้าไปประมาณ 9 กิโลเมตร ตรงเข้าไปจนสุดทางจะพบถ้ำน้ำลอด ถ้ำน้ำลอดอยู่ในความดูแลของศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าถ้ำน้ำลอด จากด่านด้านหน้าต้องเดินเท้าเข้าไปประมาณ
350 เมตร พร้อมคนนำทางและตะเกียงส่องทาง สาเหตุที่ไม่มีการติดตั้งไฟในถ้ำต่างๆก็เพื่อเป็นการรักษาถ้ำเหล่านี้ให้สวยงามและคงเดิมอยุ่ตลอดเวลา
อีกทั้งยังสร้างรายได้เสริมให้กับชาวบ้านใกล้เคียงที่สมัครมาเป็นคนนำทางให้ความรู้แก่นักท่องเที่ยวอีกด้วย
เมื่อถึงบริเวณปากทางเข้าถ้ำนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็มาถึงบางอ้อว่าทำไมถ้ำแห่งนี้ชื่อว่า
ถ้ำน้ำลอด นั่นเป็นเพราะถ้ำแห่งนี้มีสายน้ำไหลผ่านตั้งแต่ปากทางเข้าถ้ำไปจนถึงถ้ำสุดท้ายที่อยู่ภายในโพรงแห่งนี้มีความยาวกว่า
500 เมตร กว้าง 20 เมตร สูง 50 เมตร สายน้ำกัดเซาะโพรงถ้ำแห่งนี้มากกว่าล้านปี ก่อเกิดเป็นถ้ำใหญ่ๆถึง
3 แห่ง ได้แก่ ถ้ำเสาหิน ถ้ำตุ๊กตา และถ้ำผีแมน
เส้นทางท่องเที่ยวทั้ง 3 ถ้ำ ต้องอาศัยการนั่งแพเข้าไป หลังจากเสร็จสิ้นจากการสำรวจถ้ำลอดแล้วเดินทาง
เรียบร้อยแล้วออกเดินทางกลับเชียงใหม่